6 ตุลาคม 2568
บราซิลเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำการผลิตกาแฟโรบัสตาของโลก โดยคาดว่าจะสามารถแซงหน้าเวียดนามได้ในอนาคตอันใกล้ จากปัจจัยสำคัญคือความทนทานของสายพันธุ์ต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก
รายงานจากธนาคาร Rabobankระบุว่า การผลิตกาแฟโรบัสตาของบราซิลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสูงถึง 24.7 ล้านกระสอบ ภายในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 19 ล้านกระสอบ ในปี 2563 ขณะที่เวียดนามซึ่งยังเป็นผู้นำในปัจจุบัน คาดว่าจะผลิตได้ราว 30 ล้านกระสอบ ในปีการผลิต 2568/69 กาแฟโรบัสตามีรสเข้มและมีคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟอาราบิก้า จึงเป็นที่นิยมใช้ในกาแฟสำเร็จรูป เครื่องดื่มเย็น และส่วนผสมเอสเพรสโซ รวมถึงความทนทานต่อความร้อน ความแห้งแล้ง และโรค ยังทำให้กาแฟสายพันธุ์นี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมท่ามกลางภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตกาแฟแบบดั้งเดิม แม้ต้นทุนของการปลูกโรบัสตาจะสูงถึง 15,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อเฮกตาร์ แต่ด้วยผลผลิตที่สูงกว่าอาราบิก้าถึง 170% ทำให้สามารถคืนทุนได้ภายในประมาณ 4 ปี นอกจากนี้ บราซิลยังมีพื้นที่ทุ่งหญ้าเสื่อมสภาพราว 28 ล้านเฮกตาร์ ที่สามารถฟื้นฟูเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มอีกด้วย
ทั้งนี้ การที่สหภาพยุโรป (EU) ยกเว้นกาแฟสำเร็จรูปจากกฎระเบียบ ว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า จะช่วยหนุนความต้องการสินค้าที่ใช้กาแฟโรบัสตามากยิ่งขึ้น และอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยเร่งให้บราซิล ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดกาแฟโรบัสตาโลกในอนาคต
ชนิดสินค้า : สินค้าพืชอื่น ๆ
ประเภทของข่าว : สถานการณ์การค้า
ที่มา : Reuters