10 กุมภาพันธ์ 2569
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 6 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน รวมถึงนอร์เวย์และสหราชอาณาจักรจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้สหรัฐฯ ซื้อกรีนแลนด์ โดยรอยเตอร์ระบุว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าเก็บภาษีแบบเจาะจงรายประเทศ แทนการใช้มาตรการกับทั้งสหภาพยุโรป อาจทำให้การบังคับใช้ของศุลกากรสหรัฐฯ ซับซ้อนขึ้น เพราะสินค้าเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนในอียูได้ค่อนข้างอิสระ
ตามกฎของสหภาพยุโรป สินค้าที่ผลิตภายในกลุ่มจะมีการระบุแหล่งที่มาว่าเป็นของสหภาพยุโรป แต่ประเทศที่สามสามารถกำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศของสหภาพยุโรปให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าได้ ซึ่งการระบุว่า สินค้าชิ้นหนึ่งผลิตในประเทศใดประเทศหนึ่งอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากมีห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน และสามารถขนส่งสินค้าจากประเทศสมาชิกหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งได้โดยไม่ต้องผ่านศุลกากร การตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าจึงจะเป็นงานที่ซับซ้อนสำหรับทางการศุลกากรสหรัฐฯ
Niclas Poitiers นักวิจัยของ Bruegel ระบุว่า บริษัทขนาดเล็กอาจปกปิดสถานที่ผลิตได้ไม่ยาก ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใสมากกว่าอาจเลือกย้ายการผลิตไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายของมาตรการ
ทั้งนี้ สินค้าที่ชูเรื่องถิ่นกำเนิดอย่างชัดเจน เช่น แชมเปญหรือชีสบางชนิดของฝรั่งเศส อาจถูกเล็งเป้าได้ง่ายกว่า เพราะอียูมีระบบ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คุ้มครองสินค้าที่ผูกกับพื้นที่ผลิตเฉพาะ และในบรรดา 6 ประเทศที่ถูกระบุชื่อ ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีสินค้า GI มากที่สุด
ชนิดสินค้า : ชีส
ประเภทของข่าว : สถานการณ์การค้า
ที่มา : Reuters