กรมประมง ประกาศใช้มาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงฤดูวางไข่ หรือที่เรียกว่า “ฤดูน้ำแดง 2569″ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เพื่อให้สัตว์น้ำจืดมีโอกาสขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ
ฤดูน้ำแดงคืออะไร
ฤดูน้ำแดง คือช่วงต้นฤดูฝนที่ระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำมีสีขุ่นแดงจากตะกอนดิน ซึ่งเป็นช่วงที่ปลาน้ำจืด จำนวนมากเริ่มผสมพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน
ผลศึกษาพบปลาวางไข่มากที่สุดช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม
จากการประเมินผลในปี 2568 กรมประมงได้เก็บข้อมูลปลาน้ำจืด 155 ชนิด จาก 60 แหล่งน้ำใน 40 จังหวัด ครอบคลุม 18 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ พบว่า
- ช่วงวางไข่ของปลาน้ำจืดชัดเจนที่สุดอยู่ระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม
- ช่วงที่มีการวางไข่มากที่สุดคือปลายเดือนกรกฎาคม
- พบปลาที่อยู่ในระยะพร้อมวางไข่สูงถึง 124 ชนิด
- ระยะสืบพันธุ์ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกันยายน
ข้อมูลดังกล่าวยืนยันว่าช่วงต้นถึงกลางฤดูฝนเป็นช่วงสำคัญที่ต้องคุ้มครองสัตว์น้ำอย่างเข้มงวด
ดังนั้น กรมประมง จึงยังคงกำหนดพื้นที่และระยะเวลา รวมถึงเครื่องมือที่อนุญาตให้ใช้เป็นไปตามมาตรการเดิม ซึ่งแบ่งพื้นที่และระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกเป็น 3 ระยะ ตามความเหมาะสมของระบบนิเวศแต่ละพื้นที่
ระยะที่ 1 : วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 สิงหาคม ของทุกปี
ระยะที่ 2 : วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม ของทุกปี
ระยะที่ 3 : วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน ของทุกปี
ทั้งนี้ การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการ หรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการของทางราชการ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่อธิบดีกรมประมงมอบหมาย หรือเพื่อเป็นการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำโดยเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมงหรือภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง
อนึ่ง คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสามารถออกประกาศกำหนดพื้นที่ เครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมงไว้เป็นอย่างอื่นได้ โดยเสนอขอใช้อำนาจจากอธิบดีกรมประมง
ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่า ของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง