11 กุมภาพันธ์ 2569
Factsheet: ประเด็น Trade and Sustainable Development
ข้อตกลงหุ้นส่วน EU–Mercosur ระบุความมุ่งมั่นร่วมกันด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีบทว่าด้วยการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสีเขียว และคุ้มครองสิทธิแรงงาน (labour rights) โดยเฉพาะพร้อมยกระดับความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น “องค์ประกอบสำคัญ” ของข้อตกลง หากฝ่ายใดละเมิดร้ายแรงหรือถอนตัวจากความตกลงปารีส อีกฝ่ายสามารถระงับข้อตกลงได้ ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2593 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการตามความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Agreement) และร่วมมือกันในมิติทางการค้า นอกจากนี้ยังกำหนดให้ความตกลงปารีสเป็น “essential element” ของข้อตกลง ซึ่งหมายความว่า หากฝ่ายใดเห็นว่าเกิดการละเมิดร้ายแรงต่อความตกลงปารีส หรือหากฝ่ายหนึ่งถอนตัวออกจากความตกลงปารีส อีกฝ่ายสามารถระงับข้อตกลงได้
ตัวอย่างประเด็นภายใต้ Paris Agreement ได้แก่
- EU และประเทศ Mercosur จะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (climate neutrality) ภายในปี 2593
- EU ให้คำมั่นลดการปล่อยภายในประเทศอย่างน้อย 55% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2533
- บราซิลให้คำมั่นยุติการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย รวมถึงในป่าแอมะซอนของบราซิล
ข้อตกลงยังวางกรอบความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ส่งเสริมการค้าเทคโนโลยีสีเขียว การค้าสินค้าที่ช่วยให้ชุมชนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนโดยเฉพาะในภูมิภาคแอมะซอน พร้อมเน้นการดำเนินการตามความตกลงสิ่งแวดล้อมพหุภาคีอื่น ๆ นอกเหนือจากความตกลงปารีส เช่น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และความตกลงที่กำกับการค้าสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือสารเคมีต้องห้าม
ข้อตกลงนี้ระบุพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย มีแนวทาง เช่น
- ส่งเสริมการค้าสินค้าที่ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
- ห้ามการค้าสินค้าที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย (รวมถึงไม้ที่ตัดโดยผิดกฎหมาย)
- ดำเนินการตามความตกลงสิ่งแวดล้อมพหุภาคี (เช่น Paris Agreement และ CITES)
- เน้นย้ำการคงไว้ซึ่งมาตรฐานด้านแรงงานหรือสิ่งแวดล้อม
ข้อตกลงยังระบุ “หลักความระมัดระวัง” (precautionary principle) เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยังคงคุ้มครองสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแม้จะกระทบกับการค้า (รวมถึงกรณีข้อมูลวิทยาศาสตร์ยังไม่ชัดเจน) ยืนยันสิทธิในการออกกฎระเบียบ และระบุ “หลักการไม่ถดถอย” (principle of non-regression) ซึ่งจะต้องไม่ลดระดับมาตรฐานแรงงานหรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน
กฎหมายของสหภาพยุโรป เช่น EU Deforestation Regulation ยังคงใช้บังคับกับสินค้าที่นำเข้าภายใต้ข้อตกลง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าจะไม่ถูกวางจำหน่ายในตลาด EU พร้อมทั้งมีพันธกรณีผูกพันในการต่อสู้การทำไม้ (logging) ผิดกฎหมายและแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งสองฝ่ายตั้งใจใช้ข้อตกลงนี้เพื่อส่งเสริมการค้าที่เอื้อต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิต ของชนพื้นเมืองและชุมชนดั้งเดิม
สำหรับภาคธุรกิจ ข้อตกลงระบุให้ EU และ Mercosur ส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ ยกระดับแนวปฏิบัติธุรกิจที่รับผิดชอบ (responsible business practices) และสนับสนุนนโยบายเพื่อให้สอดคล้องหลักการและแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้อง อาทิ
- ILO Tripartite Declaration of Principles concerning Multinational Enterprises and Social Policy
- UN Global Compact
- UN Guiding Principles on Business and Human Rights
- OECD Guidelines for Multinational Enterprises
ด้านแรงงาน EU และ Mercosur ยังให้คำมั่นคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานตามมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งรวมถึงกฎเกี่ยวกับแรงงานบังคับ แรงงานเด็ก การเลือกปฏิบัติและเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองร่วมรวมถึงชี้ว่าทั้ง EU และประเทศ Mercosur มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงาน และได้ให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO หลักทั้ง 8 ฉบับ (ยกเว้น 1 ฉบับสำหรับบราซิล เนื่องจากข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ)
ที่สำคัญ บทการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนมีกลไกการระงับข้อพิพาท (dispute settlement) เป็นการเฉพาะ หากฝ่ายใดเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด สามารถขอให้มีการปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้ และหากยังไม่ยุติ สามารถตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ (independent panel of experts) เพื่อพิจารณาและจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ โดยเผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองฝ่ายติดตามผล
ชนิดสินค้า : –
ประเภทของข่าว : ประชาสัมพันธ์
ที่มา : European commission