23 ธันวาคม 2568
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) ได้จัดประชุมออนไลน์ (Webinar) เพื่อชี้แจงข้อกำหนดและกระบวนการออกใบรับรอง Certification of Admissibility (COA) สำหรับการส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย Marine Mammal Protection Act (MMPA) เพื่อชี้แจงรายละเอียดการบังคับใช้มาตรการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้กฎหมาย MMPA และแนวทางการใช้แบบฟอร์มใบรับรอง Certification of Admissibility (COA) สำหรับการส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐฯ โดยมีประเด็นสำคัญคือ
มาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าประมงตามกฎหมาย MMPA มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามนำเข้าสินค้าจาก “การทำประมง” ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทะเล (marine mammals) ตายหรือบาดเจ็บรุนแรง โดยมีการทำประมง 240 ประเภท ใน 46 ประเทศที่ไม่ผ่านการประเมินความเท่าเทียม (comparability finding) เทียบเท่ามาตรฐานของสหรัฐฯ ส่งผลให้สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์จากการประมงดังกล่าวถูกห้ามนำเข้าสหรัฐฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยไม่มีการผ่อนผันและไม่มีข้อยกเว้น สำหรับสัตว์น้ำที่จับได้ก่อนวันดังกล่าว ทั้งนี้ ศุลกากรสหรัฐฯ จะพิจารณา จากวันนำเข้าเป็นหลัก ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นชั่วคราวสำหรับปูว่ายน้ำ (swimming crab) จาก 4 ประเทศ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และเวียดนาม) จำนวน 5 รหัสประมง (5 fisheries ID) ตามคำสั่งศาล เป็นระยะเวลา 180 วันเท่านั้น ส่วนการประมงอื่นยังคงถูกบังคับใช้ตามกำหนดเดิม
การตรวจสอบสินค้าที่ด่านนำเข้า (Port of Entry) หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection: CBP) จะตรวจสอบพิกัดศุลกากร (HTS code) และประเทศแหล่งกำเนิด (Country of Origin: COO) โดยสินค้าประมงที่ถูกจำกัดการนำเข้าตามกฎหมาย MMPA จะถูกทำเครื่องหมาย (flagged) ไว้ในระบบศุลกากร หากไม่มีใบรับรอง Certification of Admissibility (COA) จะถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้าทันที
ใบรับรองการอนุญาตนำเข้า (Certification of Admissibility หรือ COA) เป็นเอกสารจากภาครัฐเพื่อยืนยันว่าสินค้านั้น ไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อห้ามนำเข้าสหรัฐฯ โดยผู้นำเข้าต้องยื่นใบรับรอง COA ณ ด่านนำเข้า ซึ่งต้องลงลายมือชื่อ 2 ส่วน ได้แก่
- เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศผู้จับ (harvesting nation) หรือประเทศแหล่งกำเนิด (Country of Origin: COO) เพื่อรับรองว่าสินค้านั้นไม่อยู่ภายใต้ข้อห้าม
- ผู้นำเข้าสหรัฐฯ หรือผู้รับมอบอำนาจ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลการนำเข้าเป็นความจริงและถูกต้องทั้งนี้ อนุญาตให้ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้
NOAA ย้ำว่า ใบรับรอง COA เป็นเอกสารเฉพาะสำหรับรับรองการนำเข้าภายใต้ MMPA จึงไม่สามารถใช้เอกสารอื่นแทนได้ เช่น Bill of Lading, Catch Certificate, NOAA Form 370 หรือ DS-2031 อย่างไรก็ดี สินค้าบางชนิดอาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่นเพิ่มเติมควบคู่กัน เช่น Tuna Tracking and Verification Program หรือ Highly Migratory Species Program และหากรายละเอียดการทำประมงหรือสินค้าไม่สามารถบรรจุในแบบฟอร์ม COA ได้ครบถ้วน NOAA อนุญาตให้แนบเอกสารประกอบเพิ่มเติมควบคู่กับใบรับรอง COA ที่ลงนามครบถ้วนแล้ว
ประเทศผู้จับสัตว์น้ำ (Harvesting Nation) ตามสถานการณ์ประเมินฯ NOAA ได้ประกาศผลการประเมินความเท่าเทียมฯ แบ่งตามบัญชีรายชื่อประเทศ ดังนี้
- List 1 ประเทศที่ผ่านการประเมินฯ ทั้งหมด (all fisheries) ไม่อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการนำเข้า สามารถส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐฯ ได้ มีทั้งหมด 89 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย
- ประเทศที่ไม่ผ่าน/ถูกปฏิเสธการประเมินฯ (46 ประเทศ) สามารถส่งออกได้เฉพาะสินค้าประมงที่ไม่ถูกห้าม แต่ต้องมีใบรับรอง COA กำกับไปกับสินค้า แบ่งเป็น
– List 2 ไม่ผ่านการประเมินฯ บางส่วน (denied some fisheries) ทั้งหมด 34 ประเทศ (เช่น จีน อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น)
– List 3 ไม่ผ่านการประเมินฯ ทั้งหมด (denied all fisheries) ทั้งหมด 12 ประเทศ (เช่น รัสเซีย)
สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มาจากการประมง (fisheries) ที่ถูกปฏิเสธจะถูกห้ามนำเข้าสหรัฐฯ ทั้งนี้ สินค้าที่ไม่ถูกห้ามโดยตรง แต่มีประเทศต้นกำเนิด (COO) และรหัสพิกัดศุลกากรสหรัฐฯ (HTS) ตรงกับรายการสินค้าที่ถูกทำเครื่องหมาย (flagged) จะต้องมีใบรับรอง COA เพื่อยืนยันว่าสินค้าไม่ได้มาจากการทำประมงที่ถูกห้ามนำเข้าสหรัฐฯ
ประเทศตัวกลาง (Intermediary Nations) หมายถึง ประเทศที่นำสินค้าประมงไปแปรรูปหรือถ่ายลำก่อนส่งออกไปสหรัฐฯ ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับประเทศตัวกลาง โดย NOAA Fisheries อยู่ระหว่างพัฒนาคู่มือ/แนวทางเพื่อให้ประเทศตัวกลางสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนผสมจากการประมงที่ถูกห้าม และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงระบบในช่วงต้นปี 2569 ในช่วงเปลี่ยนผ่าน NOAA จะยอมรับ COA จากทั้งประเทศผู้จับ (Harvesting Nation) หรือประเทศแปรรูป/ส่งออก แล้วแต่กรณี
สำหรับประเทศแปรรูปประเทศที่สาม/ประเทศส่งออก (Third-party Processing/Exporting Nations) หากมีการแปรรูปจนเกิด substantial transformation ทำให้พิกัดสินค้าเปลี่ยน และส่งผลให้ประเทศแหล่งกำเนิด (Country of Origin: COO) เปลี่ยนไป ประเทศผู้ส่งออกสุดท้ายจะถือเป็นประเทศแหล่งกำเนิด (COO) และมีหน้าที่จัดทำใบรับรอง COA ตามแนวทาง/ข้อกำหนดของ NOAA ทั้งนี้ NOAA อยู่ระหว่างจัดทำข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับประเทศตัวกลาง (Intermediary Nations) ซึ่งอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป
ตัวอย่างในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Examples)
- ส่งออกโดยตรงจากประเทศที่ผ่านการประเมินทั้งหมด (List 1) ไม่ต้องใช้ COA เช่น ญี่ปุ่น แคนาดา และไทย (Green – US)
- ส่งจากประเทศที่ผ่านการประเมินทั้งหมด (List 1) แต่ไปแปรรูปในประเทศที่ผ่านการประเมินบางส่วน (List 2) การนำเข้าสหรัฐฯ ต้องใช้ COA (Green – Orange – US)
- ส่งจากประเทศที่มีข้อจำกัด (List 2) และแปรรูป/ส่งผ่านประเทศที่มีข้อจำกัด (List 2) NOAA ยอมรับ COA จากประเทศใดก็ได้ ตราบใดที่เป็นไปตามแบบฟอร์ม COA และคำแนะนำอย่างเป็นทางการ (Orange – Orange – US)
- ประเทศที่ถูกปฏิเสธทั้งหมด (List 3) จะนำเข้าสหรัฐฯ ได้เฉพาะกรณีพิเศษ เช่น inland fisheries หรือกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทะเล
โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เอกสารแนบ
ไฟล์สำหรับดาวน์โหลด
ชนิดสินค้า : ปลา, กุ้ง, ปู, สินค้าประมงอื่น ๆ, หอย, หมึก
ประเภทของข่าว : ประชาสัมพันธ์, กฎระเบียบของประเทศคู่ค้า
ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงวอชิงตัน