10 สิงหาคม 2569
สมาคมผู้แปรรูปเนื้อสัตว์แห่งสหราชอาณาจักร (British Meat Processors Association: BMPA) เรียกร้องให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรเร่งรัดจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนภาคปศุสัตว์ หลังคณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ยุทธศาสตร์ปศุสัตว์ฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้ภาคปศุสัตว์เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและความสามารถในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การส่งเสริมนวัตกรรม ยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ และการขยายตลาดระหว่างประเทศ ขณะที่ยุทธศาสตร์ด้านโปรตีน (Protein Strategy) มุ่งลดการพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ โดย EU ระบุว่า ภาคปศุสัตว์มีส่วนสำคัญต่อการพึ่งพาตนเองเชิงยุทธศาสตร์ (strategic autonomy) สนับสนุนการจ้างงานประมาณ 7 ล้านตำแหน่ง และมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านยูโร หรือประมาณ 15.6 ล้านล้านบาทต่อปี
BMPA ระบุว่า แม้สหราชอาณาจักรจะออกจาก EU แล้ว แต่ยุโรปยังเป็นตลาดส่งออกสำคัญของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ของสหราชอาณาจักร ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ EU ยังคงส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของสหราชอาณาจักร
ประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมจับตาเป็นพิเศษ คือ กฎหมายสวัสดิภาพสุกรฉบับใหม่ที่ EU เตรียมเสนอในปี 2570 ซึ่งอาจกำหนดให้สินค้านำเข้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่เทียบเท่ากับสินค้าที่ผลิตใน EU โดยเฉพาะ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำให้สุกรสลบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและโรงงานแปรรูปเนื้อสุกร ทั้งในสหราชอาณาจักรและ EU
BMPA เห็นว่า ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่สะท้อนการปรับทิศทางนโยบายของ EU จากการให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไปสู่การมองภาคปศุสัตว์ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และการพึ่งพาตนเองเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรนำแนวคิดดังกล่าวมาพิจารณาในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านปศุสัตว์ของประเทศ
ชนิดสินค้า : สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ
ประเภทของข่าว : มาตรฐานการผลิตและระบบคุณภาพ
ที่มา : The Poultrysite