20 กรกฎาคม 2569
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) กลายเป็นรัฐที่ 3 ของออสเตรเลียที่ตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 หลังยืนยันการติดเชื้อในซากนกทะเลอพยพใกล้ชายฝั่ง ส่งผลให้ยอดตรวจพบสะสมในออสเตรเลียรวมเป็น 6 เคส คลอบคลุม 3 รัฐ ทั่วประเทศ โดยหนึ่งในสัตว์ปีกที่ตรวจพบเป็นนกไจแอนต์เพเทรล (Giant Petrel) อยู่ใกล้ชายฝั่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลีย โดยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 ถือเป็นโรคระบาดที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลายประเทศต้องกำจัดสัตว์ปีกหลายร้อยล้านตัวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันราคาอาหารให้ปรับตัวสูงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก
นางทารา มอริอาร์ตี (Tara Moriarty) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบการแพร่กระจายสู่สัตว์ป่าท้องถิ่นและยังไม่พบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 ในฝูงสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ นกเลี้ยงในกรง หรือสัตว์ปีกชนิดอื่น พร้อมยืนยันจะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจัดหาเนื้อไก่และไข่ไก่ และขอให้ประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ตามปกติ
ด้านทางการออสเตรเลียได้ยกระดับการเฝ้าระวังและการตรวจหาเชื้อในสัตว์ป่าและปศุสัตว์ พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังโรคและจัดส่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส (Anthony Albanese) ยืนยันว่ารัฐบาลพรรคแรงงานจะดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
ชนิดสินค้า : สัตว์ปีก
ประเภทของข่าว : โรคระบาดสัตว์ การปนเปื้อนเชื้อก่อโรค และปลอมปน
ที่มา : The Poultrysite