ในขณะที่โลกเพิ่งเริ่มหายใจคล่องคอจากสภาวะลานีญาที่ยาวนาน ข้อมูลล่าสุดจากทั่วโลกกลับชี้ไปที่ทิศทางเดียวกันว่า ปี 2569 จะไม่ใช่แค่ปีที่ร้อนธรรมดา แต่มันคือการเผชิญหน้ากับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)’ ที่อาจรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
พอล ราวน์ดี (Paul Roundy) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์บรรยากาศจากมหาวิทยาลัยออลบานี ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร TIME ไว้อย่างน่าสนใจว่า เอลนีโญเกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำอุ่นที่สะสมอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกไหลเคลื่อนมายังฝั่งตะวันออก และเข้าไปแทนที่น้ำเย็นตามปกติด้วยน้ำที่อุ่นกว่า
ส่วน ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ คือภาวะที่น้ำอุ่นดังกล่าวรุนแรงจนแทบลบล้างแนวน้ำเย็นตามธรรมชาติไปทั้งหมด ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลพุ่งสูงกว่าปกติเกิน 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนความปรวนแปรของสภาพอากาศโลกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 140 ปี