21 เมษายน 2569
จีนเร่งปรับโครงสร้างภาคปศุสัตว์ด้วยการผลักดัน “อาหารสัตว์หมัก” เพื่อลดการพึ่งพาถั่วเหลืองนำเข้า ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีความผันผวนด้านราคาสูง ภายใต้แรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ
ฟาร์มสุกรแห่งหนึ่งในเมืองไท่โจว มีนวัตกรรมอาหารสัตว์หมักจากวัตถุดิบท้องถิ่นราคาถูก เช่น รำ ฟักทอง และกากไวน์ ถูกนำมาใช้แทนโปรตีนจากถั่วเหลือง โดยกระบวนการหมักที่ช่วยให้โปรตีนย่อยง่ายขึ้น ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ถั่วเหลืองที่จีนต้องนำเข้าถึงร้อยละ 80 ซึ่งแรงผลักดันเกิดจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยค่าอาหารสัตว์คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของต้นทุนการเลี้ยงสุกร ในขณะที่ราคาถั่วเหลืองผันผวนจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ในระดับนโยบาย รัฐบาลจีนมองเรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านความมั่นคงอาหาร จึงเร่งผลักดันนโยบายเพิ่มแหล่งโปรตีนสำหรับปศุสัตว์ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยถั่วเหลืองกลายเป็นสินค้าสำคัญในเชิงต่อรอง
ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมชี้ว่า จีนกำลังเดินหน้าขยายการใช้อาหารสัตว์หมักอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจช่วยลดการนำเข้าถั่วเหลืองได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต โดยบริษัทชั้นนำของจีน เช่น Muyuan Foods และ New Hope Liuhe ได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีอาหารสัตว์รูปแบบใหม่เพื่อลดการใช้กากถั่วเหลือง ขณะที่อุตสาหกรรมนมมีการปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนเช่นกัน ขณะเดียวกัน จีนยังดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์หมัก ซึ่งมีมูลค่าขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านต้นทุนการปรับระบบ ความซับซ้อนในการผลิต และข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะรสชาติและสุขภาพสัตว์ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณากันต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้การลดต้นทุนจะเป็นแรงจูงใจสำคัญ แต่ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพสินค้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการของผู้บริโภคในระยะยาวด้วย
ชนิดสินค้า : –
ประเภทของข่าว : มาตรฐานการผลิตและระบบคุณภาพ
ที่มา : The Poultrysite