9 เมษายน 2569
ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภาสหรัฐฯ เตือนว่า เกษตรกรกำลังเผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก ขณะที่ผู้นำอุตสาหกรรมเกษตรกว่า 20 ราย แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงของ “การล่มสลายของภาคเกษตรสหรัฐฯ” โดยเกษตรกรจำนวนมากมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องเข้าปีที่ 4
ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการธัญพืชในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าและผลกำไรของเกษตรกรลดลง นอกจากนี้ การกลับมาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังนำไปสู่ข้อพิพาททางการค้า ซึ่งกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการควบคุมผู้อพยพที่เข้มงวดส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น จนเกษตรกรบางรายต้องปล่อยให้ผลผลิตเน่าเสียในแปลงเพาะปลูก เนื่องจากขาดแรงงาน
ขณะเดียวกัน เงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้เกษตรกรที่มีสภาพคล่องจำกัดต้องตัดสินใจลดพื้นที่เพาะปลูกหรือรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ขอโดยข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุว่า ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 การขอสินเชื่อเพื่อการเกษตรรายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 40% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าสัดส่วนของเกษตรกรที่เผชิญภาวะวิกฤตทางการเงิน จะเพิ่มขึ้นในปี 2569 ในขณะที่ผู้ผลิตกว่าร้อยละ 46 คาดว่า ภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ “ยุคตกต่ำเป็นวงกว้าง” ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกมาตรการช่วยเหลือมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท) ที่ประกาศในปี 2568 แต่คาดว่าจะสามารถชดเชยความเสียหายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและสร้างความมั่นใจว่า เกษตรกรจะมีปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรักษาการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรให้คงไว้
ชนิดสินค้า : สินค้าพืชอื่น ๆ
ประเภทของข่าว : สถานการณ์การค้า
ที่มา : The Poultrysite